วัดมเหยงคณ์ วัดโบราณอายุเกือบ 700 ปี ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปอยุธยา

April 26, 2023
วัดมเหยงคณ์

วัดมเหยงคณ์ วัดโบราณอายุเกือบ 700 ปี ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปอยุธยา

วัดมเหยงคณ์ วัดโบราณสมัยอยุธยาตอนต้นที่มีอายุเกือบ 700 ปี วัดนี้ยังมีทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม สถานปฏิบัติธรรม และยังไปขอพรได้ด้วย
วัดมเหยงคณ์

วัดมเหยงคณ์ เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ถ้านับมาจนถึงปัจจุบันก็มีอายุร่วม 700 ปีแล้ว วัดนี้มีชื่อเสียงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัดโบราณที่ยังคงมีโครงสร้างและสถาปัตยกรรมที่หลงเหลือจากการถูกทำลายในอดีตอย่างสมบูรณ์ประมาณนึง เป็นวัดที่เชื่อกันว่ามีปู่โสมเฝ้าสมบัติ เป็นวัดที่มีวิญญาณมากมาย และมีมิติเหลื่อมซ้อนกัน และเป็นวัดที่เป็นสถานปฏิบัติธรรมยอดนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากอยู่ไม่ห่างจาก กทม. มาก

ในบทความนี้จะขอพูดถึงวัดในแง่ของการเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา และประวัติที่เกี่ยวกับวัด และอาจจะพูดถึงตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์เพียงนิดเดียว เพื่อให้ใจความยังครบถ้วนอยู่ ถ้าหากเข้ามาอ่านบทความนี้ด้วยความคาดหวังว่าจะเจอเรื่องลี้ลับ หรือเรื่องภูติผีปีศาจ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติการสร้างวัดมเหยงคณ์ ฉบับย่อ

จากข้อมูลโดยตรงของสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ระบุชื่อผู้สร้างวัดแห่งนี้ตามพงศาวดารไว้ 2 ท่าน ได้แก่ พระนางกัลยาณี พระมเหสีของพระเจ้าธรรมราชา ช่วงประมาณ พ.ศ.1844-1853 ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามนี้ เท่ากับวัดนี้จะมีอายุมากกว่า 700 ปี เพราะสร้างขึ้นก่อนเริ่มก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา

ส่วนพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ได้ระบุว่าผู้สร้างวัดนี้คือเจ้าสามพระยา กษัตริย์พระองค์ที่ 7 แห่งกรุงสุโขทัย (ผู้สร้างวัดราชบูรณะ พร้อมสมบัติกรุงศรีมากมาย) ในช่วงปี พ.ศ. 1981 

อ่านเพิ่มเติม : พระกรุวัดราชบูรณะ มีที่มาอย่างไร รุ่นไหนที่ควรมีเก็บไว้บูชา

ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้สร้างก็ตาม แต่วัดนี้ก็มีความใหญ่โต และเจริญต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยๆ จนกระทั่งการบูรณะใหญ่ที่สุดในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ช่วงปี พ.ศ. 2252 ก่อนเสียกรุงประมาณ 60 ปี ซึ่งหลังจากเสียกรุง วัดถูกทำลายกลายเป็นวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์มาจำพรรษา ไม่มีผู้ใดมาบูรณะ 

จนในปี พ.ศ.2527 พระครูเกษมธรรมทัต(ปัจจุบันเป็นพระภาวนาเขมคุณ วิ.) ได้จัดตั้งสำนักกรรมฐานขึ้นภายในวัดแห่งนี้ ซึ่งก็ได้มีการบูรณะวัดและดูแลเป็นอย่างดี เท่าที่จะทำกันเองได้ และในที่สุดกรมศิลปากรก็เข้ามาช่วยขุดแต่งและบูรณะให้ดีขึ้น จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยในตัว

จุดเด่นของวัดมเหยงคณ์ ที่ควรรู้ก่อนมาเยี่ยมชมที่วัด

จุดเด่นของวัดนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ฉนวนทางเดิน หรือทางเข้าวัดตั้งแต่บริเวณซุ้มประตู ไปจนถึงอุโบสถ เป็นลักษณะของถนนที่ปูด้วยอิฐ และมีแนวกำแพงสูง เชื่อกันว่าฉนวนทางเดินนี้ เป็นทางเดินสำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ต้องการเสด็จมาทำบุญที่วัด ทางเดินแบบนี้มีเหลือแค่ที่วัดมเหยงคณ์เพียงที่เดียวเท่านั้น แม้จะมีบันทึกว่ามีทางเดินแบบนี้จากพระราชวังมายังวัดพระศรีสรรเพชญ์อีก แต่ก็ถูกทำลายจนไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้แล้ว

ส่วนของอุโบสถจะยกสูงขึ้นไปจากพื้นพอสมควร (แนะนำให้ใส่ถุงเท้ามาด้วย เพราะระหว่างเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะเดินเข้าไปในอุโบสถ พื้นจะร้อนมาก) ภายในอุโบสถจะเหลือเสาอิฐโบราณ และ “หลวงพ่อหินทราย” ประดิษฐานอยู่ สามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง หรือหน้าที่การงานได้

ด้านหลังของอุโบสถ จะมีเจดีย์ประธาน ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของวัดในสมัยนั้นๆ ถึงแม้จะหักพังลงมาแล้ว ก็ยังสามารถชมความสวยงามได้อยู่ และด้านหลังของเจดีย์ จะเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน เชื่อกันว่าแต่เดิม พื้นที่บริเวณวิหาร คืออุโบสถ ส่วนอุโบสถด้านหน้า คือวิหารสลับกัน แต่มาเปลี่ยนแปลงในช่วงบูรณะปฏิสังขรณ์สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ที่ให้ความสำคัญกับอุโบสถมากกว่า ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะพงศาวดารมีการบันทึกไว้ว่าใช้เวลาในการบูรณะนานถึง 3 ปี และมีการฉลองหรือสมโภชวัดนานถึง 3 วัน

อีกจุดหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีความสำคัญมาก คือบริเวณโคกโพธิ์ หรือเนินดินทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่อยู่บริเวณทิศตะวันออกของวัด เชื่อกันว่าแต่เดิมบริเวณนี้น่าจะเป็นพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ในช่วงสงครามเสียพระศรีสุริโยทัย แต่เมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์ก็มีการสร้างเจดีย์ขึ้นไปบนเนินดินนี้ และปัจจุบันก็กลายเป็นลานธรรมจักษุ

จุดสุดท้ายที่คนทั่วไปอาจจะไม่จำเป็น แต่คนสายมู หรือคนที่มองเห็นอะไรบางอย่าง อาจจะต้องแวะไปเยือนสักหน่อย คือศาลของแม่ศรีเมือง แต่รายละเอียดส่วนนี้ไม่ขอระบุอะไรเพิ่มเติม เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลได้เลย

ทำไมถึงมีตำนานปู่โสม ที่วัดมเหยงคณ์

มีความเชื่อกันว่า วัดมเหยงคณ์นี้ เปรียบเสมือนวัดพี่-วัดน้องกับวัดกุฎีดาว วัดที่ขึ้นชื่อเรื่องสมบัติ และปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ดังที่ได้มีพระองค์เจ้าพระองค์หนึ่งได้ลองไปขุดมาแล้ว และก็เจอเรื่องราวมากมายหาอ่านกันได้ในอินเตอร์เน็ต จึงทำให้เชื่อกันว่าที่วัดแห่งนี้ ก็ย่อมต้องมีสมบัติ และมีปู่โสมด้วยเช่นกัน (หรือบางทีอาจจะเป็นย่าโสม)

อีกตำนานหนึ่งที่เคยได้ยินมา คือเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ใต้วัดกุฎีดาว กับวัดแห่งนี้มีอุโมงค์ที่ขุดเชื่อมถึงกัน เพื่อฝังสมบัติเอาไว้ (ลองนึกถึงเรื่อง “พิษสวาท”) ซึ่งไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นแบบไหน แต่ก็พออนุมานได้ว่าใต้สองวัดนี้น่าจะมีสมบัติเหมือนกัน และการมีผู้เฝ้าสมบัติหรือผู้เฝ้าแผ่นดินก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จะแปลกก็เพียงอย่างเดียวคือสมบัติไม่ใช่ของเรา จะไปขุดหรือลักเอามาเป็นของตัวเองเพื่อให้เกิดอาถรรพ์ร้ายแก่ตัวเองและครอบครัวกันทำไม

วัดอื่นๆ ใกล้วัดมเหยงคณ์ มีวัดอะไรบ้าง

สุดท้ายนี้ ใครมาเที่ยววัดนี้แล้ว ถ้าอากาศไม่ร้อนมากเกินไป ก็ยังมีวัดเล็กๆ อยู่ข้างๆ ชื่อวัดสีกาสมุด และวัดช้าง ที่มีช้างจริงๆ ให้ขึ้นนั่งกันด้วย สำหรับวัดช้างนี้ พงศาวดารระบุว่า น่าจะเป็นจุดตั้งค่ายของบุเรงนองเมื่อครั้งมาตีกรุงศรีอยุธยา สมัยเสียกรุงครั้งที่ 1 ด้วย

บทความแนะนำ

ปล่อยปลาหน้าเขียง

ปล่อยปลาหน้าเขียง ทำแล้วดีจริงหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบให้!

ปล่อยปลาหน้าเขียงคืออะไร หาซื้อได้จากที่ไหน ปล่อยปลาอะไรถึงจะดี ทำแล้วจะดีจริงหรือไม่ บทความนี้มีทุกคำตอบให้คุณ!

อ่านต่อ »
วัดกลางบางพระ

วัดกลางบางพระ หลวงพ่อสมหวัง จะขออะไรก็สมหวังได้ดั่งใจนึก

ใครหาที่มูอยู่ แนะนำหลวงพ่อสมหวัง วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม เดินทางง่าย มูก็ไม่ยาก ทำตามขั้นตอนในบทความนี้ได้เลย

อ่านต่อ »
ทำน้ำมนต์ล้างสิ่งอัปมงคล

วิธีทำน้ำมนต์ชะล้างสิ่งอัปมงคล หลวงพ่อเงิน กตสาโร

ใครที่รู้สึกว่าตัวเองเจอแต่สิ่งไม่ดี สิ่งอัปมงคล ลองทำน้ำมนต์ชะล้างสิ่งอัปมงคลของหลวงพ่อเงิน กตสาโรได้ ตามวิธีการในบทความนี้

อ่านต่อ »